เอ็กซอดัส 10:11
“อนุญาตไม่ได้ จงพาเฉพาะแต่ผู้ชายไปปรนนิบัติพระเยโฮวาห์ เพราะเจ้าปรารถนาเช่นนี้เท่านั้น" แล้วโมเสสกับอาโรนก็ถูกขับไล่ออกไปเสียจากพระพักตร์ของฟาโรห์”
บริบท: เอ็กซอดัส 10
9โมเสสทูลว่า "ข้าพระองค์จะต้องพากันไปทั้งคนหนุ่มและคนแก่ บุตรชายและบุตรสาวและฝูงแพะแกะ และฝูงวัว เพราะข้าพระองค์ทั้งหลายต้องมีเทศกาลเลี้ยงถวายพระเยโฮวาห์"
10ฟาโรห์ตรัสกับเขาทั้งสองว่า "ถ้าเรายอมให้เจ้าไปกับบุตรด้วย ก็ให้พระเยโฮวาห์ทรงสถิตอยู่กับพวกเจ้าเถิด ระวังตัวให้ดีเถิด เจ้ากำลังมุ่งไปในทางทุจริตเสียแล้ว
11อนุญาตไม่ได้ จงพาเฉพาะแต่ผู้ชายไปปรนนิบัติพระเยโฮวาห์ เพราะเจ้าปรารถนาเช่นนี้เท่านั้น" แล้วโมเสสกับอาโรนก็ถูกขับไล่ออกไปเสียจากพระพักตร์ของฟาโรห์
12พระเยโฮวาห์จึงตรัสกับโมเสสว่า "จงเหยียดมือออกเหนือประเทศอียิปต์ให้ฝูงตั๊กแตนมาเหนือแผ่นดินอียิปต์ ให้กินผักทั่วไปของแผ่นดินซึ่งเหลือจากลูกเห็บทำลาย"
13โมเสสจึงยื่นไม้เท้าออกเหนือแผ่นดินอียิปต์ พระเยโฮวาห์ก็ทรงบันดาลให้ลมตะวันออกพัดมาเหนือพื้นแผ่นดินทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดวันนั้น ครั้นเวลารุ่งเช้า ลมตะวันออกก็พัดหอบฝูงตั๊กแตนมา
เกี่ยวกับ เอ็กซอดัส 10: พิษครั้งที่แปดและที่เก้า: ยุนและความมืด

สรุป: แสงและความมืดซบเข้ามาทำลายอียิปต์ แต่ฟาโรห์ยังคงปฏิเสธที่จะปล่อยอิสราเอลไป
คำอธิบาย
พจน์ของเอ็กโซดัสบทที่ 10 เป็นบทสำคัญในหนังสือเอ็กโซดัส เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของพันธบัลสุดท้ายที่พระเจ้าส่งสาปต่ออียิปต์ ในบทนี้พระเจ้าสั่งให้โมเสสเตือนฟาโรห์ว่ามีแมลงวันจะมารุกรานและสร้างความเสียหายใหญ่ในทุกอย่างที่ปลูกในแผ่นดิน ฟาโรห์เมตต้มใจและปฏิเสธที่จะปล่อยชาวอิสราเอลไป
พระเจ้าจึงส่งความมืดทึบไปครอบคลุมแผ่นดินของอียิปต์ ความมืดที่หนามืดเห็นได้ ความมืดนี้ครอบคลุมไปถึง 3 วัน และพบว่าฟาโรห์ต้องยอมและอนุญาตให้ชาวอิสราเอลไป สาปนี้เป็นเครื่องเตือนให้ฟาโรห์และชาวอียิปต์ระลึกถึงพลังของพระเจ้าและความสามารถของพระองค์ในการนำความสับสนสร้างสรรเสริญ