เอ็กซอดัส 10:14
“ฝูงตั๊กแตนลงทั่วแผ่นดินอียิปต์ และจับอยู่ทั่วเขตแดนอียิปต์ทั้งหมด มันรุนแรงมาก แต่ก่อนไม่เคยมีตั๊กแตนอย่างนี้เลย และต่อไปข้างหน้าจะหามีอย่างนั้นอีกไม่”
บริบท: เอ็กซอดัส 10
12พระเยโฮวาห์จึงตรัสกับโมเสสว่า "จงเหยียดมือออกเหนือประเทศอียิปต์ให้ฝูงตั๊กแตนมาเหนือแผ่นดินอียิปต์ ให้กินผักทั่วไปของแผ่นดินซึ่งเหลือจากลูกเห็บทำลาย"
13โมเสสจึงยื่นไม้เท้าออกเหนือแผ่นดินอียิปต์ พระเยโฮวาห์ก็ทรงบันดาลให้ลมตะวันออกพัดมาเหนือพื้นแผ่นดินทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดวันนั้น ครั้นเวลารุ่งเช้า ลมตะวันออกก็พัดหอบฝูงตั๊กแตนมา
14ฝูงตั๊กแตนลงทั่วแผ่นดินอียิปต์ และจับอยู่ทั่วเขตแดนอียิปต์ทั้งหมด มันรุนแรงมาก แต่ก่อนไม่เคยมีตั๊กแตนอย่างนี้เลย และต่อไปข้างหน้าจะหามีอย่างนั้นอีกไม่
15เพราะมันปกคลุมพื้นแผ่นดินจนแลมืดไป มันกินผักในแผ่นดินทุกอย่าง และผลไม้ทุกอย่างซึ่งเหลือจากลูกเห็บทำลาย ไม่มีพืชใบเขียวเหลือเลย ไม่ว่าต้นไม้หรือผักในทุ่ง ทั่วแผ่นดินอียิปต์
16ฟาโรห์จึงรีบให้คนไปตามโมเสสและอาโรนเข้าเฝ้า แล้วฟาโรห์ตรัสว่า "เราได้ทำบาปต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า และต่อเจ้าทั้งสองด้วย
เกี่ยวกับ เอ็กซอดัส 10: พิษครั้งที่แปดและที่เก้า: ยุนและความมืด

สรุป: แสงและความมืดซบเข้ามาทำลายอียิปต์ แต่ฟาโรห์ยังคงปฏิเสธที่จะปล่อยอิสราเอลไป
คำอธิบาย
พจน์ของเอ็กโซดัสบทที่ 10 เป็นบทสำคัญในหนังสือเอ็กโซดัส เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของพันธบัลสุดท้ายที่พระเจ้าส่งสาปต่ออียิปต์ ในบทนี้พระเจ้าสั่งให้โมเสสเตือนฟาโรห์ว่ามีแมลงวันจะมารุกรานและสร้างความเสียหายใหญ่ในทุกอย่างที่ปลูกในแผ่นดิน ฟาโรห์เมตต้มใจและปฏิเสธที่จะปล่อยชาวอิสราเอลไป
พระเจ้าจึงส่งความมืดทึบไปครอบคลุมแผ่นดินของอียิปต์ ความมืดที่หนามืดเห็นได้ ความมืดนี้ครอบคลุมไปถึง 3 วัน และพบว่าฟาโรห์ต้องยอมและอนุญาตให้ชาวอิสราเอลไป สาปนี้เป็นเครื่องเตือนให้ฟาโรห์และชาวอียิปต์ระลึกถึงพลังของพระเจ้าและความสามารถของพระองค์ในการนำความสับสนสร้างสรรเสริญ