BiblePics
หน้าแรก
หนังสือพระคัมภีร์
โรมัน ในครัสต์
10
โรมัน ในครัสต์ 10
โรมัน ในครัสต์ 10
ความชอบธรรมผ่านความศรัทธา
โปรดต้องยินดีที่ช่วยคุณคือผู้ช่วยแปลภาษาเพียงผู้เดียวในส่วนสรุปสำหรับบทความเทศน์ 10 ของโรมัน นะคะ: Paul สอนว่าความศรัทธาในพระเยซูเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบุคคลที่จะได้รับการกรุณาพ้นชอบ และว่าคนสามารถสารภาพพระเยซูเป็นเจ้าด้วยปากของตนได้ค่ะ.
อ่านบท
Book
เบอร์เชียส
เอ็กซอดัส
เลวีนิติวส์
พงศาวดาร
พระธรรมบัญญัติ
โยชูวา
ผู้วินิจฉัย
นามบุคคลของในคริสตจดสมัยใหม่
บทสมุนไพรที่ 1
เซมูเอล 2
เซเระเวียห์ 1
พระวรสารคู่ที่สอง
ปงของปู่ของอตีน 1
ปงศกวิถี 2
เอสรา
เนฮีม์ยา
เอสเธอร์
โยบ
สดุดี
สุภาษิต
ปงการี
เพลงซอโลมอน
อิสยาห์
เยเรมีย์
การบุญคุณ
เอเสเคียล
ดาเนียล
โฮเชย์
โยเอล
อาโมส
โอไบ้ดัยใหญ่
โยนาห์
มีคาห์
นาฮูม
หาบากุก
ซาฟันยา
หกใจ
เศกะไรย่า
มลาคี
มัทธิว
มาร์ก
ลูกา
ยอห์น
พระดินมณเยซูต่อประชาชาติ
โรมัน ในครัสต์
1 โครินธ์
พระธรรมบันทึกใหม่: 2 โครินธ์
กาลาเทีย (Galatians)
เอเฟซัส
ฟิลิปปีผู้ใหญ่
โคโลสี (Colossians)
1 เธสะโลนิกา
2 เธซะโลนิกา
1 ทิโมธี
2 ทิโมธี
พระธรรมบัญญัติของไทตัส
ฟีเลโมน
บทคัดฉันในคริสต์ดำ
ธารณะ
1 เปเตร
พัฒนาการสอง
1 จอห์น
องค์ประสงค์ที่สอง
3 ยอห์น
ยูดผู้ส่งจรรจักร
วงวิราคา
ฉบับ
Thai King James Version
1
พี่น้องทั้งหลาย ความปรารถนาในจิตใจของข้าพเจ้าและคำวิงวอนขอต่อพระเจ้าเพื่อคนอิสราเอลนั้น คือขอให้เขารอด
2
ข้าพเจ้าเป็นพยานให้เขาว่า เขามีความกระตือรือร้นที่จะปรนนิบัติพระเจ้า แต่หาได้เป็นตามปัญญาไม่
3
เพราะว่าเขาไม่รู้จักความชอบธรรมของพระเจ้า แต่อุตส่าห์จะตั้งความชอบธรรมของตนขึ้น เขาจึงไม่ได้ยอมอยู่ในความชอบธรรมของพระเจ้า
4
เพราะว่าพระคริสต์ทรงเป็นจุดจบของพระราชบัญญัติ เพื่อให้ทุกคนที่มีความเชื่อได้รับความชอบธรรม
5
โมเสสได้เขียนเรื่องความชอบธรรมซึ่งมีพระราชบัญญัติเป็นมูลฐานว่า `คนใดที่ประพฤติตามสิ่งเหล่านั้นจะได้ชีวิตโดยการประพฤตินั้น'
6
แต่ความชอบธรรมที่มีความเชื่อเป็นมูลฐานว่าอย่างนี้ว่า "อย่านึกในใจของตัวว่า ใครจะขึ้นไปบนสวรรค์" (คือจะเชิญพระคริสต์ลงมาจากเบื้องบน)
7
หรือ "ใครจะลงไปยังที่ลึก" (คือจะเชิญพระคริสต์ขึ้นมาจากความตายอีก)
8
แต่ความชอบธรรมนั้นว่าอย่างไร ก็ว่า "ถ้อยคำนั้นอยู่ใกล้ท่าน อยู่ในปากของท่านและอยู่ในใจของท่าน" คือคำแห่งความเชื่อที่เราทั้งหลายประกาศอยู่นั้น
9
คือว่าถ้าท่านจะรับด้วยปากของท่านว่า พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และจะเชื่อในจิตใจของท่านว่าพระเจ้าได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่านจะรอด
10
ด้วยว่าความเชื่อด้วยใจก็นำไปสู่ความชอบธรรม และการยอมรับด้วยปากก็นำไปสู่ความรอด
11
เพราะมีข้อพระคัมภีร์ว่า `ผู้ใดที่เชื่อในพระองค์นั้นก็จะไม่ได้รับความอับอาย'
12
เพราะว่าพวกยิวและพวกกรีก ไม่ทรงถือว่าต่างกัน ด้วยว่าทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวกันของคนทั้งปวง ซึ่งทรงโปรดอย่างบริบูรณ์แก่คนทั้งปวงที่ทูลขอต่อพระองค์
13
เพราะว่า `ทุกคนที่จะร้องออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็จะรอด'
14
แต่ผู้ที่ยังไม่เชื่อในพระองค์จะทูลขอต่อพระองค์อย่างไรได้ และผู้ที่ยังไม่ได้ยินถึงพระองค์จะเชื่อในพระองค์อย่างไรได้ และเมื่อไม่มีผู้ใดประกาศให้เขาฟัง เขาจะได้ยินอย่างไรได้
15
และถ้าไม่มีใครใช้เขาไป เขาจะไปประกาศอย่างไรได้ ตามที่มีคำเขียนไว้แล้วว่า `เท้าของคนเหล่านั้นที่ประกาศข่าวประเสริฐแห่งสันติสุข และประกาศข่าวประเสริฐแห่งสิ่งอันประเสริฐ ก็งามสักเท่าใด'
16
แต่มิใช่ทุกคนได้เชื่อฟังข่าวประเสริฐนั้น เพราะอิสยาห์ได้กล่าวไว้ว่า `พระองค์เจ้าข้า ใครเล่าได้เชื่อสิ่งที่เขาได้ยินจากเราทั้งหลาย'
17
ฉะนั้นความเชื่อเกิดขึ้นได้ก็เพราะการได้ยิน และการได้ยินเกิดขึ้นได้ก็เพราะการประกาศพระวจนะของพระเจ้า
18
ข้าพเจ้าถามว่า "เขาทั้งหลายไม่ได้ยินหรือ" เขาได้ยินแล้วจริงๆ `เสียงของพวกเขากระจายออกไปทั่วแผ่นดินโลก และถ้อยคำของพวกเขาประกาศออกไปถึงที่สุดปลายพิภพ'
19
ข้าพเจ้าจึงถามว่า "พลอิสราเอลไม่เข้าใจหรือ" ตอนแรกโมเสสกล่าวว่า `เราจะให้เจ้าทั้งหลายอิจฉาผู้ที่ไม่ใช่ชนชาติ เราจะยั่วโทสะเจ้าด้วยประชาชาติที่เขลาชาติหนึ่ง'
20
แล้วอิสยาห์กล้ากล่าวว่า `คนเหล่านั้นที่มิได้แสวงหาเราได้พบเรา เราได้ปรากฏแก่คนที่มิได้ถามหาเรา'
21
แต่ท่านได้กล่าวถึงพวกอิสราเอลว่า `เรายื่นมือของเราออกตลอดวันต่อชนชาติหนึ่งซึ่งไม่เชื่อฟังและดื้อรั้น'
โรมัน ในครัสต์ 9
โรมัน ในครัสต์ 11
การตั้งค่าข้อความ
คำถามที่พบบ่อย
คำถามทั่วไปเกี่ยวกับบทนี้
มีบทกี่บทใน โรมัน ในครัสต์?