เอ็กซอดัส 10:22
“โมเสสจึงชูมือขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วก็เกิดมีความมืดทึบทั่วไปในแผ่นดินอียิปต์ตลอดสามวัน”
บริบท: เอ็กซอดัส 10
20แต่พระเยโฮวาห์ทรงทำให้พระทัยของฟาโรห์แข็งกระด้างเพื่อพระองค์จะไม่ยอมปล่อยชนชาติอิสราเอลไป
21พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า "จงชูมือของเจ้าขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อจะให้มีความมืดทั่วแผ่นดินอียิปต์ เป็นความมืดจนจับคลำได้"
22โมเสสจึงชูมือขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วก็เกิดมีความมืดทึบทั่วไปในแผ่นดินอียิปต์ตลอดสามวัน
23เขามองกันไม่เห็น ไม่มีใครลุกไปจากที่ของเขาสามวัน แต่บรรดาชนชาติอิสราเอลนั้นมีแสงสว่างอยู่ในที่อาศัยของเขา
24ฟาโรห์จึงให้ตามตัวโมเสสเข้าเฝ้า ตรัสว่า "พวกเจ้าจงไปปรนนิบัติพระเยโฮวาห์เถิด เพียงแต่ให้ฝูงแกะและฝูงวัวอยู่ ส่วนเด็กไปกับเจ้าได้ด้วย"
เกี่ยวกับ เอ็กซอดัส 10: พิษครั้งที่แปดและที่เก้า: ยุนและความมืด

สรุป: แสงและความมืดซบเข้ามาทำลายอียิปต์ แต่ฟาโรห์ยังคงปฏิเสธที่จะปล่อยอิสราเอลไป
คำอธิบาย
พจน์ของเอ็กโซดัสบทที่ 10 เป็นบทสำคัญในหนังสือเอ็กโซดัส เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของพันธบัลสุดท้ายที่พระเจ้าส่งสาปต่ออียิปต์ ในบทนี้พระเจ้าสั่งให้โมเสสเตือนฟาโรห์ว่ามีแมลงวันจะมารุกรานและสร้างความเสียหายใหญ่ในทุกอย่างที่ปลูกในแผ่นดิน ฟาโรห์เมตต้มใจและปฏิเสธที่จะปล่อยชาวอิสราเอลไป
พระเจ้าจึงส่งความมืดทึบไปครอบคลุมแผ่นดินของอียิปต์ ความมืดที่หนามืดเห็นได้ ความมืดนี้ครอบคลุมไปถึง 3 วัน และพบว่าฟาโรห์ต้องยอมและอนุญาตให้ชาวอิสราเอลไป สาปนี้เป็นเครื่องเตือนให้ฟาโรห์และชาวอียิปต์ระลึกถึงพลังของพระเจ้าและความสามารถของพระองค์ในการนำความสับสนสร้างสรรเสริญ