เอ็กซอดัส 10:3
“โมเสสและอาโรนจึงเข้าไปเฝ้าฟาโรห์ทูลฟาโรห์ว่า "พระเยโฮวาห์พระเจ้าของคนฮีบรูตรัสดังนี้ว่า `เจ้าจะขัดขืนไม่ยอมอ่อนน้อมต่อเรานานสักเท่าใด จงปล่อยพลไพร่ของเราเพื่อเขาจะไปปรนนิบัติเรา”
บริบท: เอ็กซอดัส 10
1พระเยโฮวาห์จึงตรัสกับโมเสสว่า "จงเข้าไปหาฟาโรห์ เพราะเราได้ทำให้ใจของฟาโรห์ และใจของข้าราชการแข็งกระด้าง เพื่อเราจะได้แสดงหมายสำคัญเหล่านี้ของเราต่อหน้าพวกเขา
2เพื่อเจ้าจะได้เล่าเหตุการณ์ที่เราได้กระทำแก่ชาวอียิปต์ให้ลูกหลานฟัง รวมทั้งหมายสำคัญซึ่งเราได้กระทำท่ามกลางพวกเขา เพื่อพวกเจ้าจะได้รู้ว่าเราคือพระเยโฮวาห์"
3โมเสสและอาโรนจึงเข้าไปเฝ้าฟาโรห์ทูลฟาโรห์ว่า "พระเยโฮวาห์พระเจ้าของคนฮีบรูตรัสดังนี้ว่า `เจ้าจะขัดขืนไม่ยอมอ่อนน้อมต่อเรานานสักเท่าใด จงปล่อยพลไพร่ของเราเพื่อเขาจะไปปรนนิบัติเรา
4มิฉะนั้นถ้าเจ้าไม่ยอมปล่อยพลไพร่ของเราไป ดูเถิด พรุ่งนี้เราจะให้ตั๊กแตนเข้ามาในเขตแดนของเจ้า
5ฝูงตั๊กแตนนั้นจะปกคลุมพื้นแผ่นดินจนแลไม่เห็นพื้นดิน และสิ่งที่เหลือจากลูกเห็บทำลาย มันจะกิน และต้นไม้ทุกต้นซึ่งงอกขึ้นให้เจ้าในทุ่งนานั้น มันจะกินเสียหมด
เกี่ยวกับ เอ็กซอดัส 10: พิษครั้งที่แปดและที่เก้า: ยุนและความมืด

สรุป: แสงและความมืดซบเข้ามาทำลายอียิปต์ แต่ฟาโรห์ยังคงปฏิเสธที่จะปล่อยอิสราเอลไป
คำอธิบาย
พจน์ของเอ็กโซดัสบทที่ 10 เป็นบทสำคัญในหนังสือเอ็กโซดัส เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของพันธบัลสุดท้ายที่พระเจ้าส่งสาปต่ออียิปต์ ในบทนี้พระเจ้าสั่งให้โมเสสเตือนฟาโรห์ว่ามีแมลงวันจะมารุกรานและสร้างความเสียหายใหญ่ในทุกอย่างที่ปลูกในแผ่นดิน ฟาโรห์เมตต้มใจและปฏิเสธที่จะปล่อยชาวอิสราเอลไป
พระเจ้าจึงส่งความมืดทึบไปครอบคลุมแผ่นดินของอียิปต์ ความมืดที่หนามืดเห็นได้ ความมืดนี้ครอบคลุมไปถึง 3 วัน และพบว่าฟาโรห์ต้องยอมและอนุญาตให้ชาวอิสราเอลไป สาปนี้เป็นเครื่องเตือนให้ฟาโรห์และชาวอียิปต์ระลึกถึงพลังของพระเจ้าและความสามารถของพระองค์ในการนำความสับสนสร้างสรรเสริญ