สดุดี 22:30

“จะมีเชื้อสายๆหนึ่งปรนนิบัติพระองค์ จะทรงนับว่าพวกนั้นเป็นยุคที่ถวายแก่องค์พระผู้เป็นเจ้า”
— สดุดี 22:30 (Thai King James Version)

แชร์ข้อพระคัมภีร์นี้

บริบท: สดุดี 22

28เพราะอำนาจการปกครองเป็นของพระเยโฮวาห์ และพระองค์ทรงครอบครองเหนือบรรดาประชาชาติ

29เออ คนร่ำรวยทั้งสิ้นของแผ่นดินโลกจะต้องกินเลี้ยงและกราบลงต่อพระองค์ บรรดาผู้ที่ลงไปสู่ผงคลีทั้งสิ้นจะกราบไหว้ต่อพระพักตร์พระองค์ คือบรรดาผู้ที่รักษาตัวให้คงชีวิตอยู่ไม่ได้แล้วนั้น

30จะมีเชื้อสายๆหนึ่งปรนนิบัติพระองค์ จะทรงนับว่าพวกนั้นเป็นยุคที่ถวายแก่องค์พระผู้เป็นเจ้า

31พวกเขาจะมาประกาศความชอบธรรมของพระองค์แก่ชนชาติหนึ่งที่จะเกิดมา ว่าพระองค์ได้ทรงกระทำการนั้น

เกี่ยวกับ สดุดี 22: เสียงร้องก้องและความเชื่อ

สดุดี 22: เสียงร้องก้องและความเชื่อ

สดุดีเรื่องสรุป: สดุดี 22 เป็นการแสดงออกถึงความเจ็บปวดและอารมณ์ของผู้แต่งสดุดีต่อพระเจ้า ผู้เขียนรู้สึกถูกทอดทิ้งไว้และเหงา แต่ในที่สุดก็แสดงความศรัทธาและความเชื่อในการช่วยเหลือจากพระเจ้า

คำอธิบาย

สดุดีของสดุดี 22 เป็นกลอนพยากรณ์ที่เป็นนามานที่ทุกสภาวะม่ายครั้งในพระคริสต์บนไม้กบฏโคจรพระเยซูพระองค์ทรงพูดว่า "เถิดเถิดของขอเถิดของผู้ที่กระทำว่าข้าถูกทอดทิ้ง" ซึ่งถูกอ้างถึงโดยพระเยซูเมื่อพระองค์ต้องชัยใข้าไม้กบฏ (มัทธิว 27:46) คำพระโมฮงแสดงถึงความเจ็บปวดทางกายและทางอารมณ์ของการตรึงบนไม้กบฏ ตลอดกลอนนี้ ผู้แต่งกลอนแสดงถึงความรู้สึกของการถูกทอดทิ้งและอึดอัด แต่ก็ยังรักษาความศรัทธ์ในอำนาจและความดีของพระเจ้า พระองค์ระลึกถึงความจงระลึกของพระเจ้าต่อสายพันธุ์ของพระบิดาและขอร้องหากับพระเจ้าที่จงหายากว่าเขา ในครึ่งหลังของกลอน ทัศนะเปลี่ยนจากการทุรณะเป็นการปลดปล่อยเมื่อผู้แต่งกลอนประกาศถึงชัยชนะสุดท้ายของพระเจ้าและเรียกร้องให้ทั้งหมดมารบกวนพระองค์ การเปลี่ยนแปลงทัศนะนี้สะท้อนถึงความมุ่งหวังของผู้แต่งกลอนว่าพระเจ้าในที่สุดจะชัยชนะเขาและนำมาสู่การชำระบาป โดยรวมสดุดี 22 เป็นตัวอย่างที่มีอำนาจของความศรัทธ์ในสมองในช่วงเวลาที่ล่าช้า มันเตือนให้เรารู้ว่าแม้ในช่วงเวลาที่มืดมนเราสามารถร้องขอความชัตเชื่อซื่นพระเจ้าด้วยความซื่อสัตย์และเชื่อในความจงระลึกของพระองค์ได้

บุคคลใน สดุดี 22